หุ้นไทยอ่อนตัว 1,610-1,615 จุด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยนานสกัดเงินเฟ้อ

การเงิน

หุ้นไทยอ่อนตัว 1,610-1,615 จุด กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยนานสกัดเงินเฟ้อ

บล.กรุงศรีฯ ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้อ่อนตัว 1,610-1,615 จุด ตลาดยังคงกังวล FED ขึ้นดอกเบี้ยเป็นเวลานานขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหลายตัวออกมาแข็งแกร่ง คาดประชุม 22 มี.ค. จะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ส่งผลให้ Fund flow ต่างชาติมีแนวโน้มไหลออกและกดดันต่อทิศทางการลงทุน

วันที่ 1 มีนาคม 2566 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยว่า ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ลดลง 5 จุด (-0.31%) ปิดที่ระดับ 1,622 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8 หมื่นล้านบาท ผิดหวังแบงก์ชาติรายงานดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ม.ค. พลิกเป็นขาดดุล

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ประเมิน SET อ่อนตัวแนวรับ 1,610-1,615 จุด ภาวะตลาดยังคงกังวลว่า FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นเวลานานขึ้นเพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐหลายตัวออกมาแข็งแกร่งและคาดการณ์ว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุม 22 มี.ค. ส่งผลให้ Fund flow ต่างชาติมีแนวโน้มไหลออกและกดดันต่อทิศทางการลงทุน ดังนั้นจึงแนะนำ Selective buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวต่อไป

การเงิน

ประเด็นสำคัญวันนี้คือ 1.กิจกรรมเศรษฐกิจเดือน ม.ค. ฟื้นตัวดี แต่เดือน ก.พ. มีบางกิจกรรมอาจพักตัว โดยการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 0.5% MOM และ 4.1% YOY การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกเทียบ YOY ยังหดตัวแต่ MOM เพิ่มขึ้น 1.8% MOM และ 0.8% MOM ตามลำดับ ส่วนผลสำรวจเดือน ก.พ. ภาคโรงแรม สายการบินยังดี แต่ภาคการผลิต อสังหาฯ และการบริโภค อาจพักตัว

2.ดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกเป็นขาดดุลกดดันค่าเงินบาทอ่อนค่ามากสุดในรอบ 3 เดือน โดยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือน ม.ค. ขาดดุล 2 พันล้านเหรียญ เป็นผลจากการส่งออกที่ฟื้นตัวช้าแต่การนำเข้ากลับเร่งตัวขึ้น กดดันให้ดุลการค้าพลิกเป็นขาดดุล 2.7 พันล้านเหรียญ นับเป็นการขาดดุลครั้งแรกในรอบ 5 เดือน (ตัวเลขแบงก์ชาติ) ขณะที่ดุลเงินโอนและบริการชดเชยไม่เพียงพอ

3.ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวคาดหวังดีมานด์จากจีนเพิ่มขึ้นหลังเปิดประเทศ โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.37 เหรียญต่อบาร์เรล (+1.81%) ปิดที่ 77.05 เหรียญต่อบาร์เรล ตลาดคาดหวังดีมานด์น้ำมันจากจีนจะเพิ่มขึ้นราว 9 แสนบาร์เรลต่อวันในปีนี้ และการผลิตที่ลดลงของรัสเซียจะทำให้ซัพพลายน้ำมันตึงตัว

แนะนำหุ้นเด่นวันนี้คือ ROJNA (ซื้อเป้า 7.40 บาท) งบไตรมาส 4/2565 ดีเกินคาดมีกำไรสุทธิ 859 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 1,691% QOQ และ 79% YOY จากยอดโอนขายที่ดินเร่งตัวขึ้น ธุรกิจไฟฟ้ากลับมาฟื้นตัว จ่ายปันผล 0.30 บาท ให้ Dividend yield 5% และ XD 3 พ.ค. 66

และ SIRI (ซื้อเป้า 2 บาท) เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่คาดว่าจะได้ปรับเข้าคำนวณในดัชนี SET100 แทนที่ TURE และ DTAC ที่จะรวมกิจการเหลือเพียง TRUEE ด้านผลประกอบการปีนี้คาดเดินหน้าทำ All time high จากการเร่งเปิดโครงการเชิงรุกและเน้นตลาดระดับบนซึ่งกำลังซื้อยังดี