Moshi Moshi จากร้านปลีกส่งในสำเพ็ง สู่บริษัทที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น

ข่าวธุรกิจ

Moshi Moshi จากร้านปลีกส่งในสำเพ็ง สู่บริษัทที่กำลังจะเข้าตลาดหุ้น

Moshi Moshi (โมชิโมชิ) ร้านขายของสไตล์ญี่ปุ่นที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ประกาศว่า อยู่ระหว่างเตรียมตัวขายหุ้น IPO เพื่อเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์โดยบริษัทฯ ยื่นขออนุญาตกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินสำหรับข้อมูลล่าสุดบนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า Moshi Moshi จะใช้ชื่อย่อหุ้นว่า MOSHI และจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ SET กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดธุรกิจพาณิชย์สถานะปัจจุบัน ยังอยู่ระหว่างยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบ Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.สำหรับจำนวนหุ้น IPO ที่จะเสนอขายให้นักลงทุน จะมีจำนวนไม่เกิน 75 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดภายหลัง IPO แบ่งเป็น

1.หุ้นสามัญเพิ่มทุน เสนอขายโดยบริษัทฯ ไม่เกิน 60 ล้านหุ้น และ 2) หุ้นสามัญเดิม เสนอขายโดย Winnfield Capital Overseas Company Limited ไม่เกิน 15 ล้านหุ้นเบื้องต้นกำหนดราคาพาร์ไว้ที่ 1.00 บาทส่วนข้อมูลในแบบ Filing ที่ปรากฏอยู่บนเว็บของ ก.ล.ต. ยังเป็นแบบ Filing เวอร์ชั่นแรก ณ เดือน ก.ค. 2565 โดยระบุถึงรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขาย IPO อาทิวัตถุประสงค์การใช้เงิน ได้แก่ 1. ใช้เป็นส่วนหนึ่งของเงินลงทุนสำหรับการขยายธุรกิจ

2. ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับสถาบันการเงิน รวมทั้งใช้ชำระคืนภาระหนี้อื่นที่บริษัทฯ อาจมีขึ้นในอนาคต

ข่าวธุรกิจ

3. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นที่อัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และการจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย และข้อบังคับของบริษัทฯรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ภายหลังเสนอขายหุ้น IPO ได้แก่ สง่า บุญสงเคราะห์ จำนวน 28.8 ล้านหุ้น หรือ 9.6% และสมชาย บุญสงเคราะห์ จำนวน 28.8 ล้านหุ้น หรือ 9.6% เช่นเดียวกันรวมถึงผลการดำเนินการย้อนหลัง 3 ปี (2562-2564) บริษัทมีรายได้รวมจากการขายอยู่ที่ 1,699.77 ล้านบาท 1,362.76 ล้านบาท และ 1,255.75 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 311.19 ล้านบาท 101.13 ล้านบาท และ 131.27 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับข้อมูลผลประกอบการงวดล่าสุด ไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 363.02 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 28.90 ล้านบาท